มณฑลทหารบกที่ ๒๔

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร

ประวัติความเป็นมา

อีเมล พิมพ์ PDF

ประวัติความเป็นมา




 


๑. ประวัติความเป็นมา

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ พวกฮ่อได้รวมตัวกันก่อการร้ายใน มณฑลลาวพวนฝั่งซ้าย ของแม่น้ำโขงในมณฑลลาวพวน ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงที่เมืองหลวงพระบาง และเมืองเชียงขวาง ในราชอาณาจักรลาว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จึงโปรดเกล้าให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้นำกำลังจากกรุงเทพมหานคร ขึ้นไปปราบปราม พวกฮ่อจนสงบเรียบร้อย แล้ววางกำลัง ไว้ที่เมืองหนองคาย ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๓๔ ได้จัดตั้ง เป็น มณฑลลาวพวน โดยกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ได้รับโปรดเกล้า ให้ดำรงตำแหน่งเป็น ข้าหลวง ต่างพระองค์สำเร็จราชการ มณฑลลาวพวน มีกองบัญชาการมณฑลที่เมืองหนองคาย และเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๔๓๖ ได้เคลื่อนย้ายมณฑล ลาวพวนลงมาทางใต้ ตั้งที่ทำการอยู่ที่บ้านหมากแข้ง ริมหนองนาเกลือ (หนองประจักษ์) ต่อมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๓ ได้เปลี่ยนจาก มณฑลลาวพวนเป็นมณฑลอุดร



เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้ง เมืองอุดรธานีขึ้น ที่บ้านหมากแข้ง อยู่ในเขตการปกครองของมณฑลอุดร และได้ย้ายกำลังทหารจากหนองนาเกลือมาตั้งริม หนองขอนกว้าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายประจักษ์ศิลปาคมในปัจจุบัน) กำลังทหารในขณะนั้นมี ๒ หน่วยคือ กองทหารปืนใหญ่ที่ ๕ และกรมทหารราบที่ ๗ แต่ต่อมาได้ย้ายหน่วยทั้งสองออกไป จาก พื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดย ย้ายกรมทหารพรานที่ ๔ มาแทน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๘ เปลี่ยนนามเป็น กรมทหารพรานในกองพลทหารราบที่ ๑๐ จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๔๖๑ ได้มีการกำหนด เขตทหารบกและ จังหวัดทหารบกตามคำสั่งทหารบกที่ ๒๒๓/๒๘๒๕๔ ลง ๒๒ มี.ค.๒๔๖๑ ตั้งมณฑลทหารบกทิศ ตะวันออก เฉียงเหนือโดยมีจังหวัดทหารบกอุดรขึ้นการบังคับบัญชาอยู่ด้วย



เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ กรมทหารพรานในกองพลทหารราบที่ ๑๐ แปรสภาพเป็น กองพันที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑๕ และแปรสภาพอีกครั้งหนึ่งเป็น กองพันที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๖ ส่วนจังหวัดทหารบกอุดร มีฐานะเป็นจังหวัดทหารบก ชั้น ๓ มีผู้บังคับกองพันที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๖ เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในด้านกิจการต่างๆ ของสายงานจังหวัดทหารบกอุดร คงใช้เจ้าหน้าที่ของหน่วยกำลังรบเป็นส่วนใหญ่ ภายหลังจากนั้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๖ ได้แปรสภาพเป็น กองพันทหารราบที่ ๑๘ และกองพันทหารราบที่ ๒๒ ตามลำดับ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๘๙ กองพันทหารราบที่ ๒๒ ได้แปรสภาพเป็นกองพันที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๓ และจังหวัดทหารบกอุดร ยกฐานะจากจังหวัดทหารบกชั้น ๓ เป็นจังหวัดทหารบกชั้น ๑ เป็นหน่วยในอัตราของมณฑลทหารบกที่ ๓



เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ ได้กระทำพิธีเปิดชื่อค่ายซึ่งได้รับ พระราชทานนามว่า "ค่ายประจักษ์ศิลปาคม" เพื่อเป็น อนุสรณ์ถวาย เป็นเกียรติ แก่ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ ย้ายกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๓ มาอยู่จังหวัดอุดรธานี และ พ.ศ.๒๔๙๘ กรมทหารราบที่ ๑๓ แปรสภาพเป็นกรมผสมที่ ๑๓ จนถึงปี พ.ศ.๒๕๑๐ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุดร และ ผู้บังคับการกรมผสม ที่ ๑๓ ซึ่งเดิมเป็นคนเดียวกันได้แยกกัน อย่างเด็ดขาด และ มีบทบาทหน้าที่โดยเฉพาะ ตามตำแหน่งที่ปฏิบัติงานจนถึงปี พ.ศ.๒๕๓๓ จังหวัดทหารบกอุดร ได้แปรสภาพเป็น มณฑลทหารบกที่ ๒๔ และปรับการจัดหน่วยตามอัตราการจัดยุทโธปกรณ์หมายเลข ๕๑ - ๒๐๑ (๕ ส.ค.๓๑) เป็น หน่วย ในอัตราของกองทัพภาคที่ ๒ มีที่ตั้งอยู่ในค่ายประจักษ์ศิลปาคม ถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐



๒. ภารกิจ



๒.๑ บังคับบัญชาจังหวัดทหารบกสกลนคร และจังหวัดทหารบกนครพนม



๒.๒ รักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ รวมทั้ง การศาลทหาร การคดี และการเรือนจำ



๒.๓ ดำเนินการระดมสรรพกำลังในเขตพื้นที่



๒.๔ สนับสนุนหน่วยทหารที่อยู่ในเขตพื้นที่



๒.๕ ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การต่อสู้เบ็ดเสร็จ เพื่อรักษาความ สงบภายใน และการป้องกันประเทศ





 

 


วันสถาปนาหน่วย มทบ.๒๔ คือ วันที่ ๒๒ มีนาคม ของทุกปี

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 05 มกราคม 2012 เวลา 08:59 น.  

ผบ.มทบ.24

85395

พลตรี ธนกร  จงอุตส่าห์

ผบ.มทบ.๒๔

3

เว็บลิงค์ ที่เกี่ยวข้อง

บริการห้องพักเรือนรับรอง


เรือนรับรอง มทบ.๒๔
บริการห้องพักสำหรับข้าราชการ ทบ. และบุคคลทั่วไปในราคาย่อมเยา
- บรรยากาศดี
- สะอาด  สะดวก  สบาย
- บริการเป็นกันเอง
-มีบริการนวดแผนไทย

สำรองห้องพัก  โทร. ๐๔๒- ๙๓๐๑๓๙ (ข้างโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม ถ.ทหาร อ.เมือง จ.อุดรธานี ๔๑๐๐๐)

เข้าสู่ระบบ

ติดตาม เฟสบุค มทบ.๒๔ ที่นี่

กองทัพบก